ปืนหืดจับบดเบิร์นลี่ย์ 2-1 ทะลุลุ้นป้องแชมป์เอฟเอ คัพ

 
อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม บดเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ไปได้แบบฉิวเฉียด 2-1 ประตู โดยฝั่งเจ้าบ้านนั้นได้ แชมเบอร์ส และ อเล็กซิส ซานเชส ทำคนละประตูให้ทีม โดยทัพ”ปืนใหญ่”ก็ผ่านเข้ารอบต่อไปในศึก เอฟเอ คัพ
 
 
 
 
 
 
 
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2015-16
 
วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2559
 
อาร์เซน่อล 2-1 เบิร์นลี่ย์
 
รอบ 4
 
 
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : โรเจอร์ อีสต์
ผู้ช่วยผู้ตัดสิน : S. Bennett, M. Perry
ผู้ตัดสินที่ 4 : F. Graham
เวลาเตะ : 22:00 น.
ผู้ทำประตู : น.19 คาลั่ม แชมเบอร์ส [1-0] , น.30 แซม โว้คส์ [1-1] , น.53 อเล็กซิส ซานเชส [2-1]
 
นาทีที่ 10 ทีมเยือนได้ลุ้น จากจังหวะบอลโดยนยาว กอสซิแอลนี่ สกัดบอลพลาด เจอ อันเดร เกรย์ เบียดเอาบอลได้ ก่อนหลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวา มีเพื่อนตีคู่มา แต่ตัดสินใจยิงเอง ก่อนบอลไปติด ออสปิน่า
 
นาทีที่ 19 อาร์เซน่อลได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะ อิโวบี้ จ่ายออกไปขวาพื้นที่แคบให้ซานเชส ดีดให้ แชมเบอร์ส ปั่นไซด์ก้อยด้วยเท้าขวา บอลโค้งเสียบเสาสองตุงตาข่ายไปอย่างสวยงาม [1-0]
 
นาทีที่ 30 เบิร์นลี่ย์ ตามตีเสมอ จากจังหวะบอลยิงจังหวะแรกติดบล็อค เด้งออกไปขวา ได้โยนหยอดไปหน้าประตูอีกครั้ง และเป็น แซม โว้คส์ ที่หนีตัวประกบได้ ก่อนโขกกดลงพื้นจ่อๆ บอลเข้าประตูไปเลย [1-1]
 
นาทีที่ 53 อาร์เซน่อลได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะโต้กลับเร็ว ซานเชส พาบอลขึ้นหน้า จ่ายเข้ากลางสะกิดต่อไปทางขวาให้ แชมเบอร์เลน ปาดเรียดย้อนหลังหมด ซานเชสจากแถวสองแปจ่อๆเข้าประตูไปทันที [2-1]
 
จบเกม อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม บดเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ไปได้แบบฉิวเฉียด 2-1 ประตู โดยฝั่งเจ้าบ้านนั้นได้ แชมเบอร์ส และ อเล็กซิส ซานเชส ทำคนละประตูให้ทีม โดยทัพ”ปืนใหญ่”ก็ผ่านเข้ารอบต่อไปในศึก เอฟเอ คัพ
 
 
ผู้เล่นที่ลงสนาม
 
อาร์เซน่อล : ระบบ 4-5-1
ประตู : ดาวิด ออสปิน่า
กองหลัง : คาลั่ม แชมเบอร์ส, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, คีแรน กิ๊บบ์ส
กองกลาง : โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, อเล็กซ์ อิโวบี้,อเล็กซิส ซานเชส , ฟรานซิส โกเกอแล็ง
กองหน้า : โอลิวิเยร์ ชิรูด์
 
เบิร์นลี่ย์ : ระบบ 4-4-2
ประตู : ทอม ฮีตัน
กองหลัง : Darikwa , ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด
กองกลาง : จอร์จ บอยด์, เดวิด โจนส์ , สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ , Ulvestad
กองหน้า : แซม โว้คส์, อันเดร เกรย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก